นายสุชาติ ทรัพย์สิน เกิดเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๘๑ ที่บ้านสระแก้ว เลขที่ ๑๓๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียน วัดสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จบชั้นประถมศึกษาภาคบังคับ มาช่วยบิดามารดาทำสวน และได้ฝึกหัดเล่น หนังตะลุง และฝึกวิธีแกะหนังตะลุงจากนายทอง หนูขาว ซึ่งเป็นนายหนังและช่างแกะหนังตะลุงฝีมือดี ของจังหวัดนครศรีธรรมราช จนมีความสามารถในการเล่นหนังตะลุง แกะหนังตะลุง และหนังใหญ่ได้
จากความสามารถในการเขียนรูปและแกะตัวหนังตะลุง ซึ่งออกแบบตัวหนังตะลุงและหนังใหญ่ได้ ตามแบบโบราณและแบบประยุกต์ได้อย่างสวยงาม จึงได้ยึดถืออาชีพแกะหนังตะลุงแทนการแสดงหนังตะลุง และย้ายมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๑๐/๑๙ ซอยศรีธรรมโศก ๓ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรี ธรรมราช เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราชได้เชิญนายหนังสุชาติ ไปสาธิตการแสดงและแกะรูปหนังตะลุงในงานนิทรรศการ “ชีวิตไทยปักษ์ใต้ ครั้งที่ ๓” ณ ศาลาประชาคม จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นเวลา ๕ วัน ทำให้ผลงานนายสุชาติเริ่มรู้จักกว้างขวางขึ้นทั้งในหมู่คนไทย และคนต่างประเทศ สองปีต่อมาก็ได้รับเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติให้รับรางวัล “ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขางานช่างฝีมือ” และใน พ.ศ. ๒๕๕๔ กระทรวงวัฒนธรรมได้คัดเลือก ให้เป็น “ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน)” นับเป็นชาวนครศรีธรรมราชคนที่ ๕ ซึ่งได้รับเกียรติและรางวัลนี้
ความโดดเด่นของนายสุชาติ ทรัพย์สิน คือการแสดงหนังตะลุง ที่มีอุดมการณ์ในการอนุรักษ์ การแสดงหนังตะลุงแบบโบราณ ได้นำเครื่องดนตรีเครื่องห้ามาประกอบการแสดงหนังตะลุง และได้ประพันธ์ เรื่องบทกลอน รวมทั้งแกะหนังตะลุงให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่องด้วยตนเอง สามารถแกะตัวหนังเพิ่มเติมขึ้นเอง ตามสาระของเนื้อเรื่องที่ตนเองผูกหรือประพันธ์ขึ้น ทำให้ผู้ชมได้รับความแปลกใหม่ทุกครั้งที่ดูหนังสุชาติ แสดง ควบคู่กับกาพย์กลอนที่มีลีลาแปลกกว่าหนังตะลุงคณะอื่น โดยเฉพาะเรื่องรามเกียรติตอนกำเนิด หนุมาน ตอนศึกกุมภกรรณ และเรื่องกุหลาบกลางน้ำ
ด้วยจากแรงบันดาลใจจากพระกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เมื่อครั้ง นายอเนก สิทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ผศ.ประหยัด เกษม หัวหน้าฝ่ายส่งเสริม และเผยแพร่ ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้ วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช ได้พานายสุชาติ ทรัพย์สิน เข้าเฝ้าและ แสดงหนังตะลุงพร้อมแกะหนังถวายเพื่อทอดพระเนตร ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งทรงมีพระกระแสรับสั่งว่าขอบใจที่รักษาของเก่าอันหมายถึงศิลปะการแกะหนังตะลุง ไว้ให้อนุชน แรงบันดาลใจนี้ได้นำไปสู่การจัดแสดงตัวหนังแบบต่างๆ ที่สะสมไว้ บบต่างๆ ที่สะสมไว้ ทั้งตัวหนังเรื่องรามเกียรติ ที่มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี ตัวหนังของไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย จีน และตุรกี ด้วยการแสดงตัวหนัง บนกรอบจำลองจอหนังตะลุง มีเครื่องดนตรีในการแสดงวางให้ชมอย่างครบครัน จนปัจจุบันได้กลายเป็น พิพิธภัณฑ์หนังตะลุงอันเป็นศิลปะที่สำคัญของชาติให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้พัฒนาการของการแสดง หนังตะลุง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศ ในชื่อ “พิพิธภัณฑ์หนังตะลุง”
ตลอดทั้งวันในพิพิธภัณฑ์นี้ จะมีการสาธิตการทำตัวหนังตะลุง และสาธิตการเล่นหนังตะลุง ให้ผู้ที่สนใจชม มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ นิยมมาดูศิลปะการแกะหนังตะลุงและการ แสดงหนังตะลุงจำนวนมาก สินค้าตัวหนังตะลุงและหนังใหญ่ของหนังสุชาติ สามารถส่งออกยังต่างประเทศ ในฐานะของที่ระลึกโดดเด่น เพราะเป็นตัวหนังตะลุงมีคุณภาพสูง อันเกิดจากการทุ่มเทชีวิตเพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริมเผยแพร่ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของหนังสุชาติ ทรัพย์สินโดยแท้