นายน้อม อุปรมัย

นายน้อม อุปรมัย

นายน้อม อุปรมัย หรือที่เรียกกันว่า “ครูน้อม” เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๔ ที่ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายกลิ่น และนางกิมยี อุปรมัย มีพี่น้องด้วยกัน ๕ คน ศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียนวัดท่ามอญ (วัดศรีทวี) มัธยมศึกษาที่โรงเรียน เบญจมราชูทิศ ปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ได้รับประกาศนียบัตรภาษาอังกฤษ ชั้นสูงจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้รับเกียรติบัตรสมาชิกสมาคมภูมิศาสตร์นานาชาติ ได้รับราชการเป็นครู โรงเรียนเบญจมราชูทิศ เป็นปลัดอำเภอ เป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์งานของสหประชาชาติในภาคพื้น เอเชียและตะวันออกไกล ใน พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๔๙๙ เป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช และเป็น เทศมนตรีเมืองนครศรีธรรมราชหลายสมัย ส่วนในระดับประเทศได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ๔ สมัย ในช่วง พ.ศ. ๒๔๙๕ - ๒๕๑๔ เป็นรองประธานสภาผู้แทน ราษฎร ๓ สมัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัย ม.ล.ปิ่น มาลากุล เป็นรัฐมนตรีว่าการ ๑ สมัย เป็นกำลังสำคัญในการก่อตั้ง “โรงเรียนฝึกหัดครูนครศรีธรรมราช” อันเป็นต้นเค้าของมหาวิทยาลัย ราชภัฏนครศรีธรรมราชในเวลาต่อมา

ก่อนจะโลดเล่นบนเส้นทางการเมือง นายน้อม อุปรมัย เคยเป็นครูโรงเรียนเบญจมราชูทิศ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๒๔๘๔ ชาวบ้านจึงรู้จักในนาม “ครูน้อม” อีกชื่อหนึ่ง จากนั้นในช่วง พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๘ จึงโอนไปรับราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอที่อำเภอต่าง ๆ เช่น อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอเมืองปะลิศ (ปัจจุบันขึ้นกับประเทศมาเลเซีย) อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดสระบุรี และปลัดกิ่งอำเภอลานสกา

ในงานร่วมป้องกันประเทศ ระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา (สงครามญี่ปุ่นขึ้นท่าแพ พ.ศ. ๒๔๘๔- ๒๔๘๘) นายน้อม อุปรมัย ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.หลวงเสนาณรงค์ ผบ.กองพล ที่ ๖ ค่ายวชิราวุธ ให้เข้าร่วม คณะฝ่ายไทยในการเจรจาหยุดยิงกับกองทัพญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นบุกเมืองนครศรีธรรมราช ขณะที่เป็นครูโรงเรียน ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช “เบญจมราชูทิศ” รุ่งปีก็ได้เป็นผู้ร่วมคณะฝ่ายไทยไปรับมอบดินแดน ๔ รัฐมาลัยจากรัฐบาลญี่ปุ่น ขณะที่รับราชการเป็นปลัดอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๘๗ ได้เป็นพนักงานประสานงานฝ่ายพันธมิตร ในย่านอำเภอบ้านโป่ง นครปฐม และกาญจนบุรี จนกระทั่งญี่ปุ่น

แพ้สงคราม และได้ปฏิบัติหน้าที่ประสานงานกับกองทหารฝ่ายสัมพันธมิตร คือ อังกฤษและอเมริกา จนกระทั่งกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งแต่งตั้งเป็น “ทหารผ่านศึกชั้น ๒” จากการได้ปฏิบัติงานราชการพิเศษ ดังกล่าวข้างต้น

ในงานวิชาการ นายน้อม อุปรมัย มีงานเรียบเรียงด้านประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช จำนวนมาก ดังเช่น

  1. ประวัติเมืองนครศรีธรรมราชและลำดับผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช
  2. งานเดือนสิบ ๒๕๐๖ เรื่อง “รอยบาทเหยียบแน่นไว้”
  3. ที่ระลึกเปิดอาคารศาลจังหวัดและศาลแขวงนครศรีธรรมราช ๒๕๐๙ เรื่อง “เค้าเรื่องเมืองนครศรีธรรมราช”
  4. งานชุมนุมมุสลิม ๒ ธันวาคม ๒๕๑๐ เรื่อง “มัสยิดซอลาฮุดดิน”
  5. งานนครศรีกวีศิลป์ เรื่อง “เยี่ยมแดนประหาร - วัดโคกพระยา”
  6. งานชาวลุ่มน้ำปากพนังสังสรรค์ เรื่อง “อ่าวไทยและไหล่ทวีป”
  7. วารสาร “สารนครศรีธรรมราช” ตุลาคม ๒๕๑๕ เรื่อง “พระพนมวังนางเสตียงทอง”
  8. อนุสรณ์ครบรอบ ๒ ปี วิทยาลัยสงฆ์ภาคทักษิณ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๑๕ เรื่อง “วัดประดู่ - วัดแจ้ง”
  9. อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพระครูอัตตปาโมชช์ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๑๖ เรื่อง “วัดเสมาเมือง”
  10. งานนักกีฬาไทยไปแข่งขันที่สิงคโปร์ เรื่อง “เราลุกจากเมืองศรีธรรมราชมา”
  11. อนุสรณ์พิธีมอบประกาศนียบัตรหน่วยศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ๖-๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗ เรื่อง “ความลึกลับของเจดีย์หินในวัดพระมหาธาตุ”
  12. วารสาร “วิชชา” ฉบับชีวิตไทยปักษ์ใต้ เรื่อง “การขับไล่พม่าออกจากเมืองนครฯ”
  13. ประวัติความเป็นมาของวัดท่าโพธิ์วรวิหาร และวัดวังตะวันตก
  14. “ป้อมค่ายสี่มุมเมืองนครศรีธรรมราช”
  15. รายงานการสัมมนาประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราช ครั้งที่ ๑ ณ วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช เรื่อง “นครศรีธรรมราชสมัยอยุธยา”

ผลงานชิ้นสำคัญซึ่งภูมิใจที่สุดคือการศึกษาประวัติ “กรุงชิง” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงมีพระดำรัสให้ครูน้อม อุปรมัย ทำการศึกษาค้นคว้าขึ้น เพื่อทูลเกล้าถวายเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุด ความรู้ทางด้านภูมิศาสตร์ท่านยังได้เคยนำเสนอให้รัฐบาลในยุคนั้น ขุดคลอง เชื่อมแม่น้ำตาปีกับแม่น้ำตรัง เป็นการเชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน โดยไม่ต้องเดินทางอ้อมแหลมมลายู โดยตั้งชื่อบทความนี้ว่า “ทางน้ำสายใน” เคยนำเสนอให้รัฐบาลสำรวจเกาะใต้ทะเล เพื่อความปลอดภัย ของชาติทางด้านอ่าวไทย โดยการเขียนบทความเรื่อง “อ่าวไทยและไหล่ทวีป” จนสมาคมภูมิศาสตร์ นานาชาติ ได้มอบเกียรติบัตรสมาชิกสมาคมภูมิศาสตร์นานาชาติให้

ครูน้อม อุปรมัย ได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๖ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อันเป็นบ้านเกิดของท่าน สิริรวมอายุได้ ๗๒ ปี

ที่มา : หนังสือประวัติศาสตร์อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช : เส้นทางพระบรมธาตุสู่มรดกโลก พ.ศ.๒๕๖๔