หนังจำเนียร คำหวาน
เมื่อก่อนการแสดงหนังตะลุงให้คนชอบ นายหนังจะต้องทำให้กลอนดี นิทานดีสาวเรื่องเร็วและตลกในเรื่อง หนังจำเนียร คำหวาน หนังตะลุงนักอนุรักษ์ ได้ให้สัมภาษณ์ ผู้เรียบเรียงบ้านเลขที่๖๐ หมู่ที่ ๑ ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอท่าศาลา เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๓๖
ว่า "เราภูมิใจยิ่ง ที่มีศิลปินหนังตะลุงอย่างหนังจำเนียร คำหวาน แสดงให้อนุชนรุ่นปัจจุบันได้ชม เพราะเขาคือ ผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรมแบบโบราณไว้อย่าง น่าชื่นชม ชีวิตและผลงานของศิลปินท่านนี้น่าสนใจและหน้าศึกษาอยู่หลายประการกล่าวคือ
๑.๑ ประวัติชีวิต
หนังจำเนียร คำหวาน เกิดเมื่อ วันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ที่บ้านหัวเกียน ตำบลท่าขึ้น อำเภอ ท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายร่าน (หนังร่าน) กับนางพูล คำหวาน ปู่ชื่อเรือย (หนังเรื้อย) บิดาและปู่เป็นนายหนังตะลุงที่มีชื่อเสียงในอดีต จึงกล่าวได้ว่าหนังจำเนียร คำหวาน เกิดในตระกูลของศิลปิน จึงมีวิญญาณของศิลปินอยู่ในสายเลือด
หนังจำเนียร คำหวาน สมรสกับนางกิ้มแจ้ง มีบุตรธิดา ๙ คน ชาย ๕ คนหญิง ๔ คน ชีวิตครอบครัวมีความสุขตามอัตภาพ รายได้จากอาชีพศิลปินสามารถเลี้ยงครอบครัวและส่งให้บุตร-ธิดาได้ศึกษาเล่าเรียนและประกอบอาชีพที่มั่นคง
๑.๒ ประวัติการศึกษา
หนังจำเนียร คำหวาน ได้ศึกษาวิชาการ จนสำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดสโมสร ตำบลหัวตะพาน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราชและได้ศึกษาวิชาทางพระพุทธศาสนา จนจบ นักธรรมตรี ณ วัดท่าสูง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะบรรพชาอุปสมบท เมื่ออายุ ๒๐-๒๓ ได้ ๓ พรรษา
๑.๓ การศึกษาวิชาทางด้านหนังตะลุง
หนังจำเนียร คำหวาน เป็นศิลปิน ทั้งทางด้าน มโนราห์ และหนังตะลุง โดยเริ่มหัดมโนราห์ และหนังตะลุง มาตั้งแต่วัยเด็ก (เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒) โดยมีคุณปู่ (หนังเรือย คำหวาน) และ คุณพ่อ (หนังร่าน คำหวาน) เป็นผู้ฝึกหัด หนังจำเนียรเล่าให้ฟังว่า คุณพ่อ "ตบนอ" ให้จังหวะ แทนการตีทับ มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ๆ ส่วนการแสดงหนังตะลุงนั้น คำหวาน ตนเองได้ติดตามคุณปู่และคุณพ่อมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กเช่นกัน โดยเริ่มออกโรงแข็งขันเมื่ออายุ ๑๙ ปี
หนังจำเนียร ได้เริ่มเป็นที่รู้จักของประชาชน โดยการเล่นประชันกัน กับหนังตะลุงในสมัยนั้น และค่อย ๆ มีชื่อเสียงขึ้นมาเรื่อยๆ จนมีคู่แข็งขันกับหนังดีๆ ในรุ่นเดียวกัน (ในช่วง พ.ศ. ๒๕๐๐ -๒๕๒๐) ซึ่งมีหนังประยูรใหญ่ หนังแคล้ว เสียงทองหนังปรีชา และหนังบุญชุบ เป็นต้น ทางด้านการแสดงมโนราห์ ก็ได้ประชันแข็งขัน กับมโนราห์ที่มีชื่อเสียงหลายคณะด้วยเช่นกัน การเป็นศิลปินของนายจำเนียร คำหวาน ก็ยังคงเป็นอยู่จนถึงปัจจุบันนี้โดยมีผลงานแสงดหนังตะลุงนับเป็น พัน ๆ ครั้ง มีลูกศิษย์ลูกหา นับเป็น สิบ ๆ คณะ
จนกล่าวได้ว่าหนังจำเนียร คำหวาน มีประวัติที่สร้างสรรค์ศิลปะการแสดง ทั้งทางด้านหนังตะลุงและมโนราห์ ควบคู่กันมาตลอด
การแสดงหนังตะลุงของหนังจำเนียร คำหวานถือว่าเป็นการแสดงชั้นครู ที่ยืดถือเป็นแบบบฉบับได้ทั้งสิ้น ตั้งแต่เครื่องดนตรี เรื่องที่แสดง การดำเนินเรื่อง บทกลอน การฉากรูป หรือเชิดรูป น้ำเสียง การว่าบท การเจรจา และมีการประสมกลมกลื่น เป็นองค์ประกอบของหนังตะลุง ผลงานการแสดงของหนังจำเนียร คำหวาน จึงเป็นคุณภาพตลอดมา หนังจำเนียร คำหวาน เป็นศิลปินนักแสดงซึ่งเป็นที่ชื่นชมของประชาชน มาเป็นเวลานานรวมกว่า๔๐ ปี จนได้รับเกียรติคุณ ต่าง ๆ มากมายดั่งเช่น รางวัลนกอินทรีทองคำ จากการประชันหนังตะลุง ๑๐ โรง ณ สนามหน้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
รางวัลโล่ทองคำ จากการประชันโรงกับหนังเคล้าน้อย และหนังปรีชา ณ สนามที่ว่าการอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช
รางวัลขันน้ำพานรอง จากการประชันโรง กับหนังปรีชา หนังเคล้าน้อยหนังประยูรและ หนังปล่อง ณ สนามที่ว่าการอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราชรางวัลถ้วยเกียรติยศ จากการประชันโรงกับหนังชัยเจริญ หนังประยูร และอีก ๑ โรง ณ จังหวัดกระบี่
รางวัลขันน้ำพานรอง จากการประชันโรงกับโนราเฉลิมทอง หนังทวีในงานชักพระ ณ สนามที่ว่าการอำเภอเชียร์ใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราชรางวัลถ้วยเกียรติยศ จากการประชันโรงกับโนราศีเวียง หนังสงค์สามดาว
รางวัลถ้วยเกียรติยศ จากการประชันโรงกับโนราเวียง หนังสงค์สามดาวในงานขึ้นปีใหม่ ณ สนามที่ว่าการอำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราชณ จังหวัดรางวัลจอหนังตะลุง จากการประชันโรงกับหนังลี้ หนังเคล้าน้อย และวงดนตรีเพลินพรหมแดน ณ ที่ว่าการอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช
รางวัลจอหนังตะลุง จากการประชันโรงกับหนังประยูรน้อย และลิเกคณะหอมหวนนวล ๒ ณ สนามหน้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
รางวัลโหม่ง จากการประชันโรงกับหนังเดี้ยม หนังชู และอีกหนึ่งโรง ณ ที่ว่าการอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
ได้รับเงินรางวัลและเกียรติบัตรหนังตะลุงมาตรฐานในการประกวดหนังตะลุงทางวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๑ จังหวัดสงขลา (ช่อง ๑๐ หาดใหญ่) ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขา ๖ สงขลา กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑
และยังได้รับการยกย่องให้เป็นคนดีศรีเมือนคร เมื่อวันที่๒๙ พฤศจิกายน๒๕๔๙
นอกเหนือจากเกียรติประวัติในด้านการประชันขันแข่งแล้ว หนังจำเนียรคำหวาน ยังได้รับเกียรติจากองค์กร และหน่วยงาน ต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้ไปทำการแสดงหนังตะลุงในโอกาสพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ดังต่อไปนี้
๑) กรุงเทพมหานคร แสดงหนังตะลุง ณ สมาคมชาวปักษ์ใต้ พ.ศ. ๒๕๐๘
๒) กรุงเทพมหานคร แสดงหนังตะลุงในงานลอยกระทง ณ วิทยาลัยเทคนิคทุ่งมหาเมฆ พ.ศ. ๒๕๐๙
๓) กรุงเทพมหานคร แสดงหนังตะลุงในงานการท่องเที่ยว ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ สวนอัมพร พ.ศ. ๒๕๓๐
๔) จังหวัดจันทบุรี แสดงหนังตะลุงในงานแก้บนและทำขวัญหลักเมือง พ.ศ. ๒๕๓๐
๕) จังหวัดพิษณุโลก แสดงหนังตะลุงในงานมหกรรมวัฒนธรรมพื้นบ้านของสำนักคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕
๖) ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัยวิทยาเขตศรีธรรมโศกราช ให้เป็นวิทยากรนำ เพื่อฟื้นฟูประเพณี สวดด้าน ณ วัดพระมหาธาตุฯ (ประมาณ พ.ศ.๒๕๔๙- ถึงปัจจุบัน)
๑.๔ การสืบทอดและถ่ายทอดศิลปะการแสดงหนังตะลุง
หนังจำเนียร คำหวานได้สืบทอดมรดกศิลปวัฒนธรรมการแสดงมโนะและหนังตะลุงมาจากปู่ (หนังเรื้อย คำหวาน) และพ่อ (หนังร่าน คำหวาน ตั้งแต่เยาว์วัยและได้ถ่ายทอดมรดกนี้สู่ผู้ชม ณ สถานที่และโอกาสต่าง ๆ มาอย่างยาวนานกว่า๔๐ ปีเศษ นอกจากนั้นยังถ่านทอดให้ผู้สนใจมรดกศิลปวัฒธรรมด้านนี้อย่างสม่ำเสมอทั้งในลักษณะขอการให้บริการทางวิชาการ และฝึกหัดปฏิบัติการเป็นวิชาชีพ
โดยเฉพาะวิชาชีพแล้วหนังจำเนียร คำหวาน ยังฝึกหัดศิษยานุศิษย์เป็นจำนวนหลายสิบคณะด้วย นอกจากนั้นบุตร-ธิดาของหนังจำเนียรเองก็ได้สืบทอดมรดกการแสดงหนังตะลุงและมโนราห์ไว้ได้ เช่นนายจุลทองได้สืบทอดการเล่นหนังตะลุงนายเจริญ,นายนรินทร์และนางสาวพาณี ได้สืบทอดการแสดงมโนรา เป็นต้น
๑.๕ ด้านจรรยาบรรณด้านศิลปิน
หนังจำเนียร คำหวาน เป็นนายหนังตะลุง นายโรงโนรา ที่เกิดในตระกูลศิลปิน จึงได้รับการอบรมมาด้วยวิญญาณศิลปินที่มีความนอบน้อมถ่อมตนมีอัธยาศัยไมตรีต่อทุกคนมีความชื่อสัตย์และให้ความสำคัญแก่ผู้อื่นจนได้ชื่อว่าเป็นนานหนังตะลุง ที่ทรงคุณธรรมของนครศรีธรรมราช ยิงไปกว่านันหนังจำเนียร คำหวาน ยังได้อุทิศตนและชักชวนบุตรหลานบริการสังคมอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในสถานศึกษาและวัดวาอาราม ส่วนราชการ ชมรม สโมสรต่างๆ โดยไม่คำนึ่งถึงค่าตอบแทน ใดๆ
๑.๖ ผลงานการแสดงหนังตะลุง
การแสดงหนังตะลุงของหนังจำเนียร คำหวาน ถือเป็นการแสดงของหนังลุงชั้นครูคณะหนึ่ง โดยยึดถือเป็นแบบฉบับได้ทั้งสิ้น ตั้งแต่เรื่องที่แสดง การดำเนินเรื่อง ทบกลอน การพากย์รูปหรือการเชิดรูป น้ำเสียง การว่าบท การเจรจาและการประสานกลมกลืนที่เป็นองค์ประกอบของการแสดงหนังตะลุง ผลงานการแสดงหนังตะลุงของหนังจำเนียร คำหวาน จึงเป็นผลงานที่มีคุณค่าเสมอมา
เนื่องจากหนังจำเนียร คำหวาน ได้รับการฝึกฝนมาจากหนังรุ่นเก่าจึงมีความคิดเชิงอนุรักษ์ การแสดงหนังตะลุงของเขาจึงได้คงรูปแบบเดิมไว้เกือบทั้งสิ้น นับตั้งแต่เรื่องที่นำมาแสดง ซึ่งเอามาจากวรรณคดีโบราณ มีเรื่องแก้วหน้าม้า, ศรีสุธน (พระสุธนนางมโนราห์) พระลอ,คาวี (เสือโค) และสังข์ศิลป์ชัย เป็นต้น ตลอดไปถึง ท่วงทำนองการแสดงก็เป็นรูปแบบดั้งเดิม ซึ่งมีกลอนมากชนิด ทั้งกลอนแปดกลอนสามห้า, กลอนสี่ กลอนลอดโหม่ง, กลอนกลบทชนิดต่างๆ ทำนองก็เล่นได้ทั้งทำนองคอน หรือคำคอน ทำนองสงขลา และทำนองสงขลา กลายๆ อีกหลากหลายการดำเนินเรื่องก็ใช้บทกลอนเป็นส่วนใหญ่ ที่ประยุกต์จากของเดิมให้ทันสมัยก็มีเพียงเครื่องดนตรีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเรื่องวรรณคดีโบราณแล้ว ยังนิยมแสดงนิยายหนังตะลุงแบบจักรๆ วงศ์ๆ อีกด้วย