เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ
(การแสดงพื้นบ้านเพลงบอก)
นายสร้อย ดำแจ่ม เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๘ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศิลปินผู้มีความสามารถในด้านเพลงบอกสืบเนื่องมาตลอด เป็นเวลานานกว่า ๕๐ ปีเศษ ที่นายสร้อย ดำแจ่ม หรือ เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ ยึดเป็นอาชีพว่าเพลงบอก ในงานบวชนาค งานศพ งานรื่นเริง งานเทศกาล งานประชันขันแข่ง งานกุศล งานสาธารณประโยชน์ ฯลฯ เป็นจำนวนนับหมื่นครั้ง ซึ่งเพลงบอกเป็นการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้ที่ได้รับความนิยมพอ ๆ กับหนังตะลุงและมโนราห์ ดังนั้นเพลงบอกสร้อยเสียงเสนาะ จึงเป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเลงเพลงบอกทั้งหลาย ด้วยผลงาน “มุขปาฐะ” ที่มีจิตและวิญญาณแห่งความเป็นศิลปินประเภท “คิดเองทำเอง” ริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานด้วยปฏิภาณไหวพริบในการว่ากลอนสดได้อย่างมีคุณภาพยิ่ง จนได้รับเกียรติและรางวัลมากมาย โดยเฉพาะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากสำนักงานคณะวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขากีฬาและนันทนาการ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ อีกทั้งยังเป็นผู้เสียสละสร้างสรรค์งานเพื่อสังคม พัฒนาเพลงบอกให้ทันต่อเหตุการณ์สมัยอยู่เสมอ เป็นศิลปินที่อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ที่มีความสามารถผู้หนึ่ง
นายสร้อย ดำแจ่ม จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน - เพลงบอก) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๘
นายสร้อย ดำแจ่ม
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน - เพลงบอก)
นายสร้อย ดำแจ่ม หรือสร้อย เสียงเสนาะ เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๘ ที่อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายสร้อยสมรสกับนางขุ่น มีบุตร ๔ คน เป็นชาย ๒ หญิง ๒
มีอาชีพหลักเป็นศิลปินประเภทเพลงบอก อาชีพสำรอง ทำนา ทำสวน
สำเร็จการศึกษาประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดสระโพธิ์ อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช
สำเร็จมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
พ.ศ. ๒๔๘๕ หัดเพลงบอก จากเพลงบอกปาน ป.ชีช้าง หรือ “ปานบอด”
นายสร้อย ดำแจ่ม มีพื้นฐานความสนใจเพลงบอก มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ นับถึงปัจจุบันเป็นเวลามากกว่า ๕๐ ปีเศษ การออกโรงว่าเพลงบอกของนายสร้อย ดำแจ่ม เริ่มมาตั้งแต่อายุ ๑๗ ปี จนบัดนี้ โดยมีงานสืบเนื่องต่อกันมาอย่างไม่ขาดตอน การรับงานว่าเพลงบอกในงานบวชนาค งานศพ งานรื่นเริง งานเทศกาล งานประชันแข่งขัน งานกุศล งานสาธารณประโยชน์ ฯลฯ ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งปัจจุบันได้เป็นจำนวนหมื่น ๆ ครั้ง อัตราการรับงานพอจำแนกตามช่วงอายุได้ดังนี้
ตลอดระยะเวลากว่า ๕๐ ปี ที่นายสร้อย ดำแจ่ม ได้ออกโรงว่าเพลงบอก ได้แสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนชาวภาคใต้ กรุงเทพมหานคร และมาเลเซีย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร และมาเลเซีย เคดาห์หรือไทรบุรี ในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา เพลงบอกสร้อยได้ไปว่าเพลงบอกบ่อยครั้ง โดยสมาคม มูลนิธิ และบุคคลเกี่ยวข้องเป็นผู้เชิญไปว่าเพลงบอกในโอกาสต่าง ๆ ทั้งเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน และวัตถุประสงค์พิเศษ ส่วนการว่าเพลงบอกในเขตภาคใต้นั้น นายสร้อย ดำแจ่ม เป็นที่รู้จักและชื่นชอบของคนทั่วไป มีการประชันเพลงบอกเมื่อใดรางวัลชนะเลิศมักจะเป็นของเพลงบอกสร้อยเมื่อนั้น เมื่อเอ่ยชื่อเพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ ในจังหวัดภาคใต้ นักเลงเพลงบอกน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักศิลปินผู้นี้
ปัจจุบัน การว่าเพลงบอกของเพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ ได้พัฒนาไปสู่ “การบันทึกเสียง” เพื่อประชาสัมพันธ์งานโครงการของรัฐบาลและเอกชนเพื่อเป็นอาชีพ และเพื่อใช้ในการโฆษณาหาเสียงตั้งแต่ระดับผู้ใหญ่บ้าน กำนันและผู้แทนราษฎร โดยที่เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ เป็นผู้แต่งบทเพลงจากข้อมูลที่สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์
เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ เป็นศิลปินผู้มีชื่อเสียงต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลาติดต่อกันถึงห้าทศวรรษ และเมื่อมีการแข่งขันเพลงบอกทุกครั้ง จึงมีรางวัลที่ได้รับจากบุคคล วัด สถานศึกษา สมาคม หน่วยงานราชการจำนวนมาก และสืบทอดศิลปะการเล่นเพลงบอก โดยฝึกหัดศิษย์ ซึ่งออกโรงว่าเพลงบอกจนเป็นที่รู้จักของชุมชนแล้วหลายคณะ เช่น
บทเพลงบอกของ เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ มีคุณค่ายิ่งต่อสังคมและได้รับการยกย่องชมเชยของคนทั่วไปและหน่วยงานราชการ เพราะเพลงบอกสร้อยไม่ได้ว่าเพลงบอกอย่างสุกเอาเผากิน ก่อนไปว่างานใด เขาจะต้องศึกษาหาความรู้จากตำรา เอกสารรวมกับประสบการณ์เพื่อใช้เป็นข้อมูลไปว่าเป็นกลอนสดเสมอ
ผลงานของเขาจึงมีลักษณะที่สอดคล้องกับลักษณะงานทุกครั้ง ประกอบกับเขาได้รับการศึกษาต่อค่อนข้างสูง มีศิลปะและชั้นเชิงเพลงบอกจากสำนักวัดท่าโพธิ์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในภาคใต้ จึงส่งผลให้งานของเขามีคุณภาพอย่างยิ่ง นอกจากประชาชนในท้องถิ่นจะยอมรับและชื่นชมแล้ว สถาบันการศึกษายังขอให้เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ ช่วยพัฒนาการศึกษาโดยใช้ผลงานเพลงบอกเป็นสื่อหลัก เพื่อพัฒนาการศึกษาโดยใช้ผลงานเพลงบอกเป็นสื่อ คือ “ขับเพลงบอกทอกหัวได” (หนังสืออ่านสำหรับชาวบ้านเล่มที่ ๑ ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ประจำภาคใต้ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕)
เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ มีผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ทั่วไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคใต้ กรุงเทพมหานคร และประเทศมาเลเซีย ส่วนผลงานมุขปาฐะนั้น มีเทปบันทึกเสียงจำหน่ายทั่วไป และการที่มีผู้มารับไปว่าในงานต่าง ๆ นั้น เป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่บ่งชี้ให้เห็นว่าผลงานมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของสังคมเพียงใด
เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ ว่าเพลงบอกมาแล้วเป็นหมื่น ๆ ครั้ง ครั้งละประมาณ ๒ - ๓ ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย ในช่วงเวลา ๕๐ ปีที่ผ่านมา หากบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก็จะมีปริมาณไม่น้อยกว่าแปดหมื่นหน้ากระดาษพิมพ์ น่าเสียดายที่มีบันทึกไว้เพียงบางส่วน
เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ เป็นศิลปินอาชีพว่าเพลงบอกเป็นอาชีพมาตั้งแต่อายุ ๑๗ ปี สืบต่อกันมา กว่าห้าทศวรรษที่ศิลปินผู้นี้อยู่ในวงการเพลงบอกอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาอันยาวนาน
เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ ยืนหยัดสร้างผลงาน “มุขปาฐะ” มาด้วยจิตและวิญญาณแห่งศิลปินประเภท “คิดเอง ทำเอง” จนผลงานเป็นที่ประจักษ์ ผลพวงแห่งจิตวิญญาณศิลปินของเขาทำให้อยู่ในฐานะศิลปินผู้ยืนหยัด สร้างผลงานมาได้อย่างสม่ำเสมอ
เกียรติคุณที่ได้รับ นอกจากจะเป็นยาบำรุงกำลังให้กับศิลปินเพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะแล้ว ยังทำให้สื่อมวลชนต่าง ๆ หันมาสนใจเพลงบอกเพิ่มขึ้น มีนักข่าวจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มาขอสัมภาษณ์ บันทึกภาพ บันทึกเสียง จัดทำเป็นสารคดีเผยแพร่สู่สาธารณชนทั่วประเทศ งานบริการชุมชนเพิ่มมากขึ้น บ้านเพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ กลายเป็นศูนย์รวมของบรรดาศิลปิน นักวิชาการ และบุคคลสาขาอาชีพต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น
เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ ยิ้มรับสถานการณ์ที่ปรากฏอย่างอิ่มเอิบ เพราะบังเกิดผลตามอุดมการณ์ที่มุ่งหวังไว้ ท่านได้กล่าวว่า จะยืนหยัดเป็นศิลปินเพลงบอก เพราะเหตุว่าเพลงบอกเป็นของยากพิเศษ เมื่อได้รับสืบทอดมาจากครูบาอาจารย์แล้ว ก็ต้องการที่จะศึกษาและปฏิบัติให้แตกฉาน แล้วสืบทอดให้ลูกหลานต่อไป ขออุทิศร่างกายและจิตใจให้เพลงบอกจนกว่าจะสิ้นลมหายใจอย่างพ่อเนตรและลุงปาน
ที่มา : บทความจากหนังสือสารนครศรีธรรมราช
เผยแพร่และตีพิมพ์ในเอกสารประกอบการประกวดเพลงบอกเยาวชนรางวัลโล่พระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ครั้งที่ ๑๒ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗