เครื่องดนตรีโนรา : เอกลักษณ์ในศิลปะการรำโนราชั้นสูง

ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์

การแสดงโนราจะมีรูปแบบของการร่ายรำที่มีเอกลักษณ์ด้านท่ารำที่สัมพันธ์กับจังหวะอย่างชัดเจน การร่ายรำแต่ละครั้งลูกคู่หรือนักดนตรีทุกคนจะต้องรู้จักจังหวะและเข้าใจท่ารำอย่างดี ผู้รำโนราจะเป็นผู้กำหนดจังหวะและทำนองให้นักดนตรีแต่ละคนบรรเลงในการแสดงแต่ละครั้ง

ลูกคู่ทุกคนจะเล่นผสมวงได้ทันท่วงทีกับผู้รำ แทบจะมองหรือฟังไม่ออกเลยว่านักดนตรีกำลังบรรเลงตามผู้รำ เพราะการรู้ทางรำและสามารถหายใจหรืออารมณ์ของผู้รำได้ในการแสดงแต่ละครั้งถือได้ว่าเป็นวิธีการสร้างศิลปะชั้นสูงของการแสดงโนราที่เป็นการลงตัวกันเป็นอย่างดี ระหว่างชั้นเชิงผู้รำ และจังหวะดนตรี ดังนั้น การแสดงโนราโดยทั่วไปจะใช้ดนตรีสดบรรเลงประกอบทุกครั้ง จะไม่นิยมใช้เทปคาสเซทหรือแผ่นซีดีประกอบการแสดงแต่ละครั้ง เพราะเป็นการฝืนธรรมชาติของผู้รำ และความเป็นศิลปะพื้นเมืองบ้านอันสูงค่าจะไม่ปรากฏออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

เครื่องดนตรีและการแสดงโนรา
การนำเครื่องดนตรีมาเป็นชื่อการรำชั้นสูง

เครื่องดนตรีโนราซึ่งเรารู้จักกันโดยทั่วไปนั้นจะมีอยู่ประมาณ 6 ชนิด คือ ทับ กลอง โหม่ง ฉิ่ง ปี่ และแตระ ศิลปินโนราหรือผู้ที่ชื่นชอบสร้างสรรค์ด้านเสียงดนตรี พยายามหาเครื่องดนตรีชนิดอื่น มาผสมวงเพื่อให้เกิดเสียงและจังหวะที่แตกต่างหรือหลากหลายทำนอง เช่น การใช้ซอด้วง ฉาบ คีย์บอร์ด กีตาร์ เข้าผสม ทำให้หลายคนมองเห็นหรือฟังดูเป็นการผสมผสาน แต่เป็นการผสมวงประเภทสลายความเป็นสำเนียงพื้นบ้านมาเป็นสำเนียงสากล ซึ่งเสียงดังกล่าวจะไม่มีความไพเราะหรือเข้าถึงจิตใจของชาวใต้ได้อย่างถาวรเหมือนเสียงปี่ ทับ โหม่ง กลอง ซึ่งบรรเลงมากันตั้งแต่สมัยโบราณ

ในการตีเครื่องหรือบรรเลงดนตรีโนรานั้นได้แสดงออกมาเพื่อขับกล่อม บันเทิงเริงรมย์เหมือนดนตรีพื้นบ้านทั่ว ๆ ไปของภาคต่าง ๆ เครื่องดนตรีโนราซึ่งมีเพียง ๕-๖ ชิ้นเป็นเครื่องทำจังหวะที่มีเสียงดังกังวานและกระชับ เครื่องดำเนินทำนองมีน้อย เสียงที่เกิดขึ้นจึงหนักและดังไม่เหมาะกับการฟังเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แต่ถ้าหากฟังเพื่อสร้างภวังค์แห่งจิต และอารมณ์ให้ฮึกเหิมนั้นคงจะเหมาะสม ซึ่งจะเห็นได้ในการบรรเลงประกอบพิธีกรรม การเข้าทรงของวิญญาณบรรพบุรุษตายาย ของการแสดงโนราโรงครู

การแสดงโนราจะมีการรำเฉพาะอย่างซึ่งเป็นการรำชั้นสูง ต้องใช้ชั้นเชิงความสามารถของผู้รำและชั้นเชิงลีลาการบรรเลงของนักดนตรีเป็นสำคัญ การรำชั้นสูงโนราหลายชุดที่ได้มีการพัฒนานำเอาความสำคัญของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นมาเป็นชื่อของการรำ ได้แก่ การรำเพลงปี่ และการรำยั่วปี่ การรำยั่วทับหรือการรำเพลงทับ การรำเพลงทับเพลงโทน นอกจากนี้มีการนำชื่อเครื่องดนตรีไปใช้ในการบอกวิธีการร้อง เช่น การร้องบทร่ายแตระ

ความหมายและรูปแบบการรำ

การรำโนราชั้นสูงที่สำคัญ ซึ่งศิลปินโนราจะต้องเรียนรู้เพื่อเป็นลีลารำประดับความรู้และบารมีการรำของตนเองนั้นโดยมากจะเป็นการรำเดี่ยวเพื่ออวดความสามารถของผู้รำและจังหวะดนตรีโดยเฉพาะ การรำและการบรรเลงดังกล่าวมีความหมายและเอกลักษณ์สำคัญ ดังจะอธิบายต่อไปนี้

รำยั่วทับ หรือรำเพลงทับ

รำยั่วทับ หรือรำเพลงทับ หมายถึง การรำล้อกันระหว่างนายทับและตัวโนราซึ่งอาจเป็นนายโรงหรือผู้ที่มีประสบการณ์และความชำนาญการรำ เป็นลีลาการรำอย่างเดียว ไม่มีการขับร้องประกอบ

ลักษณะของผู้ตีทับ สายตาจะต้องไว เคยรำโนราหรือรู้จักท่ารำเป็นอย่างดี และจะต้องใช้อารมณ์และท่าทางสอดคล้องหยอกล้อประกอบกับผู้รำ

ลักษณะการรำ เมื่อถึงช่วงการรำ นายทับหรือคนตีทับจะต้องขยับแยกตัวออกมาจากการนั่งรวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ เพื่อจะให้ผู้ชมมองเห็นหรือเข้าใจลีลารำชัดเจน ผู้รำจะค่อย ๆ รำเข้าไปหานายทับในจังหวะหน้าทับแบบต่าง ๆ ช้าบ้าง เร็วบ้าง มีการอ้อนวอนขอทับ แลกเปลี่ยนเครื่องแต่งกายกับทับ มีการยื้อยุด แย่งทับด้วยวิธีการต่าง ๆ แต่ในที่สุดก็มิสามารถเอาทับไปได้ ลักษณะการรำดังกล่าวจะทำให้ทราบจังหวะของการตีทับได้เป็นอย่างดี ผู้รำและนักดนตรีสามารถด้นท่าและจังหวะได้อย่างอิสระเพื่อสร้างความสนุกสนานและสวยงามของกระบวนการรำ

ลักษณะของหน้าทับ
ปับ เท่ง เท่ง เท่ง ปับ ปับ ปับ ปับ ปับ เท่ง เท่ง ฯลฯ

ลักษณะผู้รำ จะต้องมีบุคลิกคล่องแคล่ว ท่าทางตลกขบขัน มีการใช้อารมณ์ทางสีหน้าและสายตา เพื่อสื่อสารการร่ายรำที่เกิดขึ้น

การรำโนรา
ดนตรีประกอบการแสดงโนรา
การรำยั่วปี่ หรือการรำเพลงปี่

การรำยั่วปี่หรือการรำเพลงปี่ หมายถึงการรำล้อกันระหว่างโนราและนายปี่ เป็นลีลาการรำอย่างเดียวไม่มีการขับร้องประกอบ ลีลารำบางท่าคล้ายกันกับนางผีเสื้อสมุทรหลงใหลปี่พระอภัยมณี

ลักษณะของผู้เป่าปี่ จะต้องเป็นผู้รู้จักเพลงไทยเดิมหรือบทเพลงโดยทั่วไปจำนวนมาก สามารถประยุกต์เพลงในการเป่า มีความอดทนสูงในการผ่อนลมหายใจในการเป่าปี่ จะต้องใช้อารมณ์เพลงและท่าทางสอดคล้องกับผู้รำ

ลักษณะการรำ เมื่อถึงช่วงการรำ นายปี่หรือคนเป่าปี่จะต้องขยับตัวแยกออกมาจากการนั่งรวมกลุ่มกับนักดนตรีอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ชมเห็นลีลาการเป่าปี่ ฟังเสียงปี่ และเข้าใจลีลาการรำอย่างชัดเจน ผู้รำนั่งรำในท่าต่าง ๆ คล้ายกับกำลังเคลิบเคลิ้มกับเสียงปี่และจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาหานายปี่ เข้ามาแล้วโลมออดอ้อนอยากจะได้ปี่หรือเป่าปี่ และเผลอตัวหลับไปชั่ววูบเนื่องจากความไพเราะวังเวงของเสียงปี่ มีการตื่นตระหนกเมื่อเสียงปี่หยุดหรือขาดหายไป

ลักษณะการรำดังกล่าวจะทำให้ทราบลีลาการใช้เพลงและการทอดเสียงปี่ออดอ้อนในจังหวะช้าและเร็ว ผู้รำและนายปี่สามารถด้นท่าและจังหวะได้อย่างอิสระขึ้นอยู่กับอารมณ์และทำนองเพลง

ลักษณะของเพลง การทอดเสียงปี่ลักษณะเพลงยาว เช่น เพลงค้างคาวกินกล้วย การทอดเสียงปี่ลักษณะเพลงสั้น เช่น เพลงบังใบ ฯลฯ ซึ่งจังหวะการใช้เพลงดังกล่าวจะต้องอาศัยจังหวะของการตีทับในการให้สัญญาณเพลง

ลักษณะผู้รำ ผู้รำเพลงปี่มักจะเป็นตัวนายโรงโนรา ซึ่งมีท่าทางการรำที่สง่าและนิ่มนวล ใช้อารมณ์ในการสร้างท่าทางให้ปรากฏบนใบหน้าและสายตาได้เป็นอย่างดี มีสมาธิในการสร้างจินตนาการท่ารำประกอบเสียงปี่

การร้องบทร่ายแตระ

การร้องบทร่ายแตระ เป็นการร้องประกอบการเคาะจังหวะของแตระซึ่งเป็นเครื่องเคาะจังหวะด้วยไม้ไผ่สองซีก ยาวประมาณ ๑ ฟุต เคาะกันเป็นจังหวะชั้นเดียว และมีการร้องรับของลูกคู่ เช่น

ยามเอยยามดี โนราชาตรีนั่งพรรณนา
(ลูกคู่รับหมดวรรค)
สิบนิ้วของข้า นั่งไหว้บรรดาท่านผู้ชม
(ลูกคู่รับหมดวรรค)
ฯลฯ
(จังหวะเคาะแตระ)

การร้องบทร่ายแตระจะต้องใช้แตระหลาย ๆ คู่เคาะจังหวะ จึงจะมีความไพเราะของจังหวะที่ชัดเจนและลูกคู่จะต้องร้องรับเสียงสอดคล้องพร้อมเพรียงกัน ในบางครั้งการร้องบทร่ายแตระ โนราบางคณะอาจจะมีการตีท่ารำประกอบบทร้องเข้าไปในขณะแสดงด้วย

จากลักษณะการนำชื่อเครื่องดนตรีมาเป็นชื่อการรำเดี่ยวเพื่ออวดความสามารถของโนรา ย่อมแสดงให้เห็นว่านักดนตรีเมื่อมีความเชี่ยวชาญถึงจุดหนึ่งจะต้องอาศัยประสบการณ์มาสร้างงานศิลปะการแสดงให้เกิดขึ้น นำภูมิปัญญาด้านจังหวะทำนองของเครื่องดนตรีซึ่งใช้กันอยู่เป็นประจำ มาบรรเลงให้เกิดเป็นชุดการรำที่เป็นการรวมของผู้รำและนักดนตรีควบคู่กัน

เป็นการพัฒนาที่สอดคล้องกับธรรมชาติของการแสดงโนรา ซึ่งแสดงที่ไหนต้องนำลูกคู่ตนเองไปด้วย ศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นมาในทันทีทันใดจึงเกิดขึ้นบ่อยและติดตรึงใจเป็นที่ยอมรับในฝีมือ เหมือนกับการรำยั่วทับ รำยั่วปี่ ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงที่โนราคนอื่นจะเลียนแบบได้ยาก จะต้องอาศัยความสัมพันธ์ของผู้รำ ชั้นเชิงของการบรรเลงดนตรีและการรู้ใจกันอย่างแท้จริงจึงจะแสดงออกมาได้

และการรำแต่ละครั้งจะมีด้นท่า หรือคิดท่าขึ้นมาทันทีทันใดตามอารมณ์ศิลปินที่เกิดขึ้น ถ้าหากดนตรีบรรเลงดีท่ารำจะออกมาสวยงามและการรำแต่ละครั้งอาจจะไม่เหมือนกัน แต่มีความสอดคล้องลงตัวในการรำเป็นอย่างดี เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นของโนราจึงยังคงเป็นเอกลักษณ์คู่กับการแสดงโนราตลอดไป ถึงแม้จะมีเพียง ๔-๕ ชิ้น แต่แฝงไปด้วยพลังแห่งศิลปะ เจ้าแห่งจังหวะของดนตรีพื้นบ้านภาคใต้

การแสดงโนรา

คณะธรรมนิตย์ สงวนศิลป์
มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา

นักแสดง
๑.
นายธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ (นายโรง)
๒.
นายสงวน บัวเพชร พราน
๓.
นายจิรายุ หนูเอียด โนรา
๔.
นายฤชากร นิลปักษา โนรา
๕.
นายพิเชษฐ์ หนองหยอก โนรา
๖.
นายไพศาล อิสโร โนรา
นักดนตรี
๑.
นายนิวัติ แซ่ลิ่ม ปี่
๒.
นายปลอบ มีลาย โหม่ง
๓.
นายวีระเดช ทองคำ ทับ
๔.
นายเจษฎา วรรณรัตน์ กลอง
๕.
นายวรรณกร แก้วมณี แตระ
๖.
นายพงศกร ทองสุวรรณ แตระ
เครื่องดนตรีโนรา : รูปแบบและสภาพการดำรงอยู่ในปัจจุบัน

เครื่องดนตรีประกอบการแสดงโนราในอดีตนั้น ที่นิยมใช้การบรรเลงประกอบจังหวะจะมีเพียง ๔-๕ ชิ้น นักดนตรีหรือลูกคู่แต่ละคนต้องดูแลรักษาเครื่องดนตรีของตนให้เป็นอย่างดี เพราะจะต้องหอบหิ้วในขณะเดินทางไปแสดงตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นเวลาหลายวัน และเมื่อทำการแสดงก็จะใช้เวลาค่อนข้างยาวนาน พร้อมกับต้องใช้กำลังในการตีเพื่อให้เกิดจังหวะที่ดังชัดเจน

เครื่องดนตรีโนราที่ใช้กันอยู่ทั่ว ๆ ไปนั้นจะไม่มีวัสดุอุปกรณ์คอยห่อหุ้ม ปกปิดให้มิดชิดเพื่อกันการกระทบกระแทก เพราะถือเอาความเรียบง่าย สะดวกคล่องแคล่วในการหยิบฉวยของผู้บรรเลงเป็นสำคัญ ดังนั้น ลูกคู่หรือนักดนตรีแต่ละคนดูแลรับผิดชอบความเสียหายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง

วัสดุธรรมชาติเรียบง่ายใช้ทำเครื่องดนตรี

การแสดงหรือการซ้อมของศิลปินโนราทุกคน จะต้องใช้เครื่องบรรเลงเป็นประจำทุกครั้ง ไม่นิยมการใช้เทปคาสเซทหรือแผ่นซีดีประกอบการแสดงเหมือนการแสดงทั่วไป อันเนื่องด้วยจังหวะของการรำซึ่งไม่คงที่ในแต่ละครั้งหรือการที่ผู้รำเป็นผู้กำหนดจังหวะเปลี่ยนแปลงการรำอยู่เสมอ

เครื่องดนตรีของโนรามีอยู่ ๖ ชิ้น ได้แก่

๑.
ทับ ๒ ลูก
๒.
กลอง ๑ ลูก
๓.
โหม่ง ๑ คู่
๔.
ฉิ่ง ๑ คู่
๕.
แตระ ๑-๒ คู่
๖.
ปี่ ๑ เลา

อุปกรณ์ทุกชิ้นถือกันว่าเป็นเครื่องดนตรีซึ่งนิยมใช้ในการแสดงโนรามาแต่อดีตกาล เครื่องดนตรีโนราจะทำด้วยวัสดุที่หาง่ายในท้องถิ่นและเป็นฝีมือของช่างพื้นบ้านภาคใต้ วัสดุที่นิยมใช้ทำ ได้แก่ ไม้ขนุน หนังวัว หนังค่าง ไม้ขาวดำ ไม้รักแดง ไม้ยอ ใบตาลโตนด เศษยางพารา และโลหะสัมฤทธิ์

วัสดุในการทำแต่ละอย่างจะเหมาะกับอุปกรณ์แต่ละชิ้น เช่น ไม้ขนุนใช้ทำกลองและทับ เพราะเนื้อไม้ละเอียดคุมเสียงได้แน่นคมชัด หนังวัวใช้หุ้มกลองเวลาตีเสียงจะดังกังวาน หนังค่างใช้หุ้มทับเสียงทุ้มหวานและคมชัด ไม้ขาวดำใช้ทำปี่และไม้ตีกลองและรางโหม่ง เพราะไม้เนื้อแน่นมีความแข็งแรง ลวดลายสวยงาม โลหะทองเหลืองใช้ทำฉิ่งและกำพวดปี่ ไม้ไผ่ใช้ทำแตระ ใบตาลโตนดใช้ทำลิ้นปี่ ยางเส้นไว้พันโดยรอบของไม้ตีโหม่ง

สถานที่และสนนราคา

ปัจจุบันแหล่งซึ่งเป็นที่ผลิตและจำหน่ายเครื่องดนตรีโนราที่มีชื่อเสียงในจังหวัดสงขลานั้น มีอยู่ ๒ แห่ง ได้แก่ บริเวณอำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา และบริเวณอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

ในอำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา จะมีการทำเครื่องดนตรีโนราคือทับและกลองที่บ้านนายสุธรรม ทองชุมนุม บ้านเลขที่ ๖๙๕ หมู่ที่ ๒ ถนนสุทธิชัย ตำบลรัตภูมิ อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา จะมีวัสดุอุปกรณ์การทำอย่างครบครันและเดินทางไปหาซื้อได้สะดวก มิได้ไกลจากตัวเมืองมากนัก

ราคาของการจำหน่ายเป็นการกำหนดราคาโดยช่างพื้นบ้านผู้ที่จัดทำเอง เช่น ทับคู่ละ ๒,๕๐๐-๓,๐๐๐ บาท กลองใบละ ๒,๕๐๐ บาท โหม่งคู่ละ ๒,๘๐๐ บาท ปี่เลาละ ๘๐๐-๑,๒๐๐ บาท ฉิ่งคู่ละ ๕๐๐ บาท รางโหม่งใบละ ๑,๐๐๐ บาท

สำหรับจังหวัดพัทลุง มีการทำเครื่องดนตรีโนราที่บ้านนายเปลือน แสงสวัสดิ์ บ้านเลขที่ ๔๖ หมู่ที่ ๕ ตำบลปรางหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ซึ่งอยู่บริเวณด้านทิศทางตะวันออกของวัดควนกรวด ห่างจากตัวเมืองพัทลุง ประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร

ฝีมือในการทำและราคาการจำหน่ายมีความแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น ทับขนาดใหญ่ ความกว้างของปากทับ ๖.๕ นิ้ว ราคาคู่ละ ๓,๕๐๐ บาท กลองขนาดความกว้างหน้ากลอง ๑๐ นิ้ว ราคาลูกละ ๓,๐๐๐ บาท รางโหม่งราคา ๑,๒๐๐ บาท ปี่ไม้รักเขาเลาละ ๘๐๐ บาท ปี่ไม้ขาวดำเลาละ ๑,๐๐๐ บาท ไม้ตีกลองคู่ละ ๑๐๐ บาท

บทบาทและการเปลี่ยนแปลง

จากความนิยมในการสอนโนรามีมากขึ้น ความต้องการเครื่องดนตรีมีจำนวนมากตามมา บทบาทหน้าที่ของช่างทำเครื่องดนตรีจึงต้องทำงานหนักเป็นหลายเท่า จึงเกิดการเร่งฝีมือความรวดเร็วในการทำ การใช้วัสดุจำนวนมากและเริ่มหาวัสดุยากขึ้น ลักษณะรูปแบบของเครื่องดนตรีโนราเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง

ทับ

ทับ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีหลักของโนรา ทับซึ่งเดิมนิยมใช้หนังค่าง ๒ ตัวมาใช้หุ้มทับ ๒ ลูกให้มีเสียงแหลมและเสียงทุ้ม คือเลือกเสียงฉับกับลูกเสียงเทิ่ง ซึ่งหนังค่างแต่เดิมก็เป็นหนังสัตว์ที่จับตัวได้ยากอยู่ในป่าลึก และในปัจจุบันก็เหลือลดน้อยพร้อมกับเป็นสัตว์อนุรักษ์ มีกฎหมายห้ามยิงหรือจับ ปัจจุบันการหาหนังค่างมาทำทับโนราจึงเป็นไปได้ยาก

จากเหตุผลดังกล่าวได้มีผู้ริเริ่มคิดนำแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ที่ใช้แล้วจากโรงพยาบาลมาหุ้มแทนหนังค่าง ซึ่งเป็นการประหยัดเวลาหาตัวหนังและราคาวัสดุจะถูกมาก เมื่อหุ้มแล้วเสียงที่ตีจะดังแหลมคมชัด และการประกอบเป็นเครื่องดนตรีก็จะทำได้อย่างรวดเร็ว

โหม่ง

โหม่ง ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทโลหะทองเหลือง เครื่องดนตรีประเภทนี้ทางภาคใต้หาได้น้อยมาก จะหาซื้อได้บ้างในจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากมีการทำภาชนะทองเหลืองจำหน่ายประเภท กระทะ ขัน หรือช้อนตักอาหาร แต่คุณภาพของทองเหลืองไม่มีเท่าที่ควร

ผู้ที่ซื้อโหม่งหรือฆ้องคู่นิยมใช้โหม่งซึ่งเป็นฝีมือการตีของช่างทำเครื่องดนตรีไทย กรุงเทพมหานคร หรือบางครั้งต้องการความรวดเร็วจะหาซื้อบริเวณร้านเครื่องโลหะและดนตรีไทย ซึ่งเป็นโหม่งหล่อ คุณภาพเนื้อทองเหลืองอยู่ระดับปานกลาง ราคาถูก

ปี่

ปี่ เป็นเครื่องเป่าที่สร้างทำนองเพลงของโนราให้มีความไพเราะ ช่วยลดความดังของจังหวะ ช่วยเชื่อมของจังหวะให้มีความหวานไพเราะมากขึ้น ปี่เดิมทีเดียวจะหายากและทำได้น้อยมาก ปัจจุบันสามารถหาปี่ได้ครั้งละหลาย ๆ เลา ช่างดนตรีพื้นบ้านนิยมทำปี่จากไม้รักแดง ไม้มะม่วงคัน ไม้ขาวดำ ไม้หยี ฯลฯ

ปี่ของโนราจะมีขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ ผู้ที่เป่านิยมใช้ไม้ขาวดำ เพราะเสียงปี่จะเป่าขึ้น เป่าได้ไพเราะ บังคับลมได้ดีไม่เหนื่อย เนื้อไม้มีลวดลายความสวยงาม ราคาของปี่จะต่างกัน ตั้งแต่ราคาประมาณ ๖๐๐ บาท จนถึง ๑,๒๐๐ บาท

เหตุผลของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

จากสภาพของการเปลี่ยนแปลงการทำเครื่องดนตรีโนรา คือ ทับ กลอง ปี่ ซึ่งเป็นฝีมือการทำของช่างพื้นบ้าน แสดงให้ทราบว่าการทำเครื่องดนตรีโนรามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง อันเนื่องด้วยเหตุผลดังนี้

๑.
ด้านช่างทำดนตรีที่มีความชำนาญและมีฝีมือในการทำเครื่องดนตรีในแต่ละชิ้น มีความรู้ในเรื่องของเสียงและจังหวะที่เกิดขึ้นขณะประกอบดนตรี เข้าใจสัดส่วนขนาดของเครื่องดนตรีเป็นอย่างดี จึงพยายามปรับปรุงให้มีขนาดมาตรฐานขึ้น
๒.
ด้านจำนวนเครื่องดนตรีมีจำนวนมาก เนื่องจากมีการสอนโนรามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งศิลปินชาวบ้านเป็นผู้สอน แต่ปัจจุบันชาวบ้านและครูโนราได้มาสอนในสถาบันการศึกษา ช่างทำเครื่องดนตรีจึงต้องเร่งทำให้ทันกับความต้องการ
๓.
ด้านวัสดุอุปกรณ์ในการทำเริ่มหายาก และมีจำนวนน้อยลง ต้องใช้ระยะเวลาในการทำ เนื่องจากเป็นงานฝีมือ อุปกรณ์ประเภทไม้จะต้องสั่งหรือนำส่งจากแหล่งวัสดุระยะไกลหรือจากต่างจังหวัด
๔.
ด้านความทนทาน อุปกรณ์หรือวัสดุที่ใช้ทำเครื่องดนตรีที่สั่งทำเพียง ๑ ชุด สามารถใช้ได้เป็นเวลา ๑๐-๑๕ ปี จึงจะชำรุดหรืออาจจะเวียนมาซื้อหรือซ่อมแซมใหม่

ช่างทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านที่มีฝีมือในการทำงานและมีผู้ช่วยทำงาน มีแหล่งและวัสดุอุปกรณ์เพียงพอ ก็จะสามารถพัฒนาฝีมือและเป็นที่รู้จักของผู้ที่สนใจในการทำเครื่องดนตรีโนรา สามารถกำหนดระยะเวลาในการรับอุปกรณ์ดนตรี มีอำนาจต่อรองราคากับลูกค้าหรือผู้ที่ทำธุรกิจเป็นพ่อค้าคนกลางในการจำหน่ายเครื่องดนตรี

และด้วยความเป็นเครื่องดนตรีประเภทหัตถกรรม จึงทำให้การพัฒนารูปแบบเครื่องดนตรีโนรามีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงต่อไป เพราะช่างฝีมือดนตรีพื้นบ้านมีความอิสระด้านแนวคิด และมีจิตสำนึกในความรักและชื่นชอบของเสียงดนตรี คลุกคลีอยู่กับศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างสม่ำเสมอ

สัมภาษณ์
โชคดี ช่วยด้วง ผู้ให้สัมภาษณ์, ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ เป็นผู้สัมภาษณ์ : ที่โรงเรียนนพคุณประชาสรรค์ อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช, ๗ พฤษภาคม ๒๕๔๖.
เปลือน แสงสวัสดิ์ ผู้ให้สัมภาษณ์, ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ เป็นผู้สัมภาษณ์ : ที่บ้านเลขที่ ๔๖ ตำบลปรางหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง, ๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๖.
สุธรรม ทองชุมนุม ผู้ให้สัมภาษณ์, ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ เป็นผู้สัมภาษณ์ : ที่บ้านเลขที่ ๖๙๕ ตำบลรัตภูมิ อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา, ๖ เมษายน ๒๕๔๖.
ที่มา: หนังสือวิถีเพลงลักเลงปักษ์ใต้ ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2553